สำหรับเทรดเดอร์ทุกคน การวิเคราะห์ทางเทคนิค (TA) เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณต้องตัดสินใจว่าต้องการให้ EA (ผู้ช่วยการเทรด) เข้าไปทำการซื้อขายในทิศทางไหน (สามารถเปิดสถานะซื้อหรือขายได้ แต่การทำ hedging จะไม่สามารถทำงานได้) และ EA จะรอจนกว่าจะมีการตั้งค่าเกิดขึ้นแล้วทำการเปิดคำสั่งให้คุณเอง
ระดับ (Level) และความยาว (Length) จะสัมพันธ์กับระดับและระยะเวลาของการ pullback ยิ่งความยาวมากขึ้น EA ก็จะสามารถเข้าซื้อในปริมาณที่มากขึ้น และยิ่งระดับสูงขึ้นก็จะมองหาการ pullback ที่ลึกขึ้น
Close PL คือค่าขาดทุนสูงสุดที่ EA จะปิดสถานะทั้งหมด
กำไรและขีดจำกัดความเสี่ยง (Profit & Risk Limit) คือพารามิเตอร์ที่คุณจะต้องใช้เพื่อตั้งค่ากำไรหรือความเสี่ยงที่คุณต้องการให้ได้จากสัญญาณที่กำหนด
พารามิเตอร์เงินทุน (Capital Parameter) จะถูกตั้งค่าเป็นยอดเงินของคุณก่อนที่ EA จะถูกติดตั้ง หากคุณมีการขาดทุนหรือกำไรลอยตัว คุณอาจต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ค่าดีฟอลต์ 0 จะถือว่ายอดเงินเริ่มต้นก่อนที่ EA จะติดตั้ง
หากคุณเทรดหลายคู่เงิน ฟังก์ชัน hedging จะไม่ทำงาน ดังนั้นจะไม่สามารถทำการป้องกันความเสี่ยงได้ ควรปิดการเทรดหลายคู่ หากคุณต้องการใช้ฟังก์ชัน hedging กับคู่เงินเดียว ฟังก์ชัน hedging จะป้องกันตำแหน่งของคุณเมื่อระดับการป้องกัน (Hedge Level) ถูกทำให้ถึง ซึ่งระดับนี้หมายถึงเปอร์เซ็นต์ของความเสี่ยงที่คุณมีอยู่
Maxsize คือขนาดตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดที่ EA จะทำการซื้อขาย ส่วน Layers คือจำนวนตำแหน่งที่คุณต้องการกระจาย Maxsize ออกไป ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการซื้อ 1 lot ของเครื่องมือการเทรดและต้องการทำการซื้อขายเพิ่ม 10 ครั้ง Maxsize = 1, Layers = 10
ความคิดเห็น 0